colorThemecolorThemecolorThemecolorThemecolorTheme

จาก พินิจ สู่ พอลลีน ตัวตนที่งดงามกับเพศสภาพที่ไม่อาจหลบซ่อน

11 ก.ค. 2560 (17:44 น.)

-

จำนวนการดู

-

จำนวนการแชร์

  • แชร์เรื่องนี้

เคยมีคนกล่าวไว้ว่า ในมนุษย์แต่ละคน มีความเป็น “ตัวเรา” อยู่ 3 คนด้วยกัน ตัวตนที่คนอื่นอยากให้เป็น ตัวตนที่เราอยากเป็น และตัวตนที่เราเป็นจริงๆ

 

ว

 

เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมานี้ บ้านเรามีข่าวฮือฮาอีกครั้ง เมื่อคุณป้อพินิจ งามพริ้ง อดีตผู้ลงสมัครนายกฯ สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ที่จู่ๆ ก็ลุกขึ้นมาเปลี่ยนตัวเองเสียใหม่ จากผู้ชายเป็นผู้หญิงข้ามเพศที่มีชื่อว่า พอลลีน งามพริ้ง

 

จากคำบอกเล่าของคนใกล้ตัว หลายคนแปลกใจ เพราะคุณป้อ พินิจ เป็นชายหนุ่มหน้าตาดีที่ดูออกจะเป็นเพลย์บอยด้วยซ้ำ ไม่เคยมีใครรู้และคิดว่าแท้จริงแล้วในตัวของคุณพินิจมีความต้องการที่จะเป็นผู้หญิงอยู่และเก็บซ่อนมานานถึง 50 ปี

 

สิ่งที่น่าสนใจคือ อะไรที่ทำให้ใครสักคนที่ซ่อนเพศสภาพที่แท้จริงของตัวเองไว้ครึ่งศตวรรษ ลุกขึ้นมายอมรับในสิ่งที่ตัวเองเป็น!

 

ปัจจัยสำคัญข้อหนึ่ง เห็นจะไม่พ้นเรื่องของยุคสมัย เพราะในอดีต สภาพสังคมของเรายังไม่ยอมรับเรื่องของความหลากหลายทางเพศเท่ากับในปัจจุบัน ในยุคก่อนจึงมีผู้ชายจำนวนไม่น้อยที่รู้ตัวลึกๆ ถึงเพศสภาพและความต้องการทางเพศของตนเอง แต่เพราะสังคมยังไม่ยอมรับ จึงต้องวางตัวเป็นผู้ชายให้ตรงเพศ และเล่นไปตามบทบาทหัวโขนนั้น นั่นคือแต่งงานกับผู้หญิงและมีลูกเพื่อสืบสกุลเหมือนกับผู้ชายทั่วไป

 

โลกเปลี่ยนไป อะไรก็เปลี่ยนตาม ในยุคต่อมา เพศที่สามได้รับการยอมรับมากขึ้น เราจึงไม่แปลกใจที่ใครหลายๆ คน ซึ่งเคยเป็นหนุ่มหล่อ เป็นที่หลงใหลของสาวๆ จะออกมายอมรับหรือเปิดเผยตัวตนที่แท้จริงให้สังคมรับรู้ ซึ่งเอาเข้าจริง การที่อยู่ๆ ใครซักคนจะยอมรับเพศสภาพของตนและเปลี่ยนตัวเองจากเพศหนึ่งสู่อีกเพศนั้นไม่ใช่เรื่องใหม่ และนับว่าเป็นเรื่องปกติมากในต่างประเทศ อย่างเช่นที่เพิ่งเป็นข่าวใหญ่เมื่อไม่กี่ปีมานี้ ก็คือกรณีของ บรูซ เจนเนอร์ พ่อเลี้ยงของ คิม คาร์เดเชียน อดีตหนุ่มนักกีฬาเหรียญทองโอลิมปิก ที่ตัดสินใจเปลี่ยนเพศตัวเองเป็นผู้หญิงในวัย 65 ปี แล้วใช้ชื่อใหม่ว่า แคทลิน เจนเนอร์ หรืออย่างในประเทศไทย ก็เคยมีกรณีของ คุณต้อม ไกรวิทย์ พุ่มสุโข อดีตนักร้องมาดเข้ม ที่วันหนึ่งก็เปลี่ยนตัวเองเป็นสาวสวย เฉิดฉายในชุดกระโปรง เปิดตัวแฟนฝรั่ง รวมทั้งผันตัวเองไปเรียนทำผม จนมาประสบความสำเร็จกับการเปิดร้าน สุโขซาลอน และล่าสุดกับกรณีของคุณป้อ พินิจ ที่เปลี่ยนตัวเองมาเป็น พอลลีน ที่เรากำลังพูดถึงอยู่ในตอนนี้

 

ผู้เขียนมองว่าการออกมายอมรับนั้น ไม่ใช่อาศัยเพียงความกล้าเท่านั้น แต่ต้องเป็นการก้าวข้ามผ่านการยอมรับกับอีกหลายๆ บริบทในสังคมไทย เช่น ครอบครัว เพื่อนฝูง สถานะทางสังคม หน้าที่การงาน โดยเฉพาะคุณป้อ ที่เคยเป็นถึงผู้ลงชิงชัยตำแหน่งนายกฯ สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย กีฬาที่เชื่อมโยงถึงความเป็นชายอย่างชัดเจน ประกอบกับการมีภาพลักษณ์หนุ่มหล่อเจ้าสำราญ ซึ่งเชื่อว่ากว่าจะถึงวันนี้ได้ เขาต้องใช้ความพยายามอย่างหนักเพื่อตัดสินใจและลดการให้ความสนใจจากสายตาของคนรอบข้างเป็นอย่างมาก ในความกล้าที่จะเปิดเผยเพศสภาพที่หลบซ่อนมานานไว้นานเกินครึ่งชีวิต

 

และข่าวการเปลี่ยนแปลงนี้ สิ่งที่ดูน่าจะเป็นนิมิตหมายอันดีในชีวิตใหม่ของคุณป้อหรือพอลลีน นั่นคือการได้รับกำลังใจอย่างล้นหลามจากผู้คน และเสียงชื่นชมใน “ความกล้าหาญอย่างงามสง่า” ที่พร้อมเปิดเผยตัวตนอันงดงามของเขาให้คนทั่วไปได้รู้จัก  และนั่นอาจหมายความว่า อย่างน้อยคนในปัจจุบันก็เริ่มมีความเข้าใจในความหลากหลายทางเพศมากขึ้น  จนอดคิดไม่ได้ว่าในอนาคตข้างหน้าสิ่งเหล่านี้จะกลายเป็นเรื่องที่สังคมยอมรับจริงๆได้หรือไม่

 

ผู้เขียนไม่อาจรู้ใจ หรือเดาใจคุณป้อได้ว่าเพราะเหตุใดถึงเปลี่ยนตัวเองออกมาได้เช่นนี้ เขาอึดอัดแค่ไหนกับการอยู่ในร่างของชายหนุ่ม แต่ต้องขอปรบมือและเอ่ยชื่นชมจากใจในความกล้าที่จะ “ยอมรับ” ในตัวตนที่ตัวเองเป็น และเราเชื่อว่า เขาไม่ได้อยากจะเปลี่ยนเพื่อให้โด่งดังจนกลายเป็นขวัญใจเพศที่สามหรือตัวอย่างของใครๆ นอกจากเพียงแค่จะบอกว่านี่แหละ คือตัวตนของเขา คือความงามที่ซ่อนอยู่ข้างในมาเนิ่นนานเกินกว่าจะปิดบังไว้

    

และอย่างน้อย รอยยิ้มของคุณป้อ พินิจ ในฐานะ คุณพอลลีน  งามพริ้ง ในวันนี้

ก็ทำให้เชื่อได้ว่า เธอมีความสุขกับการละทิ้งในสิ่งที่คนรอบข้างอยากให้เธอเป็น

และเลือกที่จะยอมรับในตัวตนที่เธออยากเป็น และตัวตนที่เธอเป็นจริงๆ

 

 

บทความโดย นพณัช ชัยวิมล

 

colorThemecolorThemecolorThemecolorThemecolorTheme

คิดอย่างไรกับเรื่อง :

จาก พินิจ สู่ พอลลีน ตัวตนที่งดงามกับเพศสภาพที่ไม่อาจหลบซ่อน

  • ติดต่อโฆษณา02-833-2000
COPYRIGHT © 2016
THAI BROADCASTING COMPANY LIMITED
ALL RIGHTS RESERVED
ติดตามเรา
colorThemecolorThemecolorThemecolorThemecolorTheme