colorThemecolorThemecolorThemecolorThemecolorTheme

เมื่อสายการบินกาตาร์ ต้องเอาตัวรอดจากการปิดน่านฟ้าในอ่าวเปอร์เซีย

16 มิ.ย. 2560 (22:10 น.)

-

จำนวนการดู

-

จำนวนการแชร์

  • แชร์เรื่องนี้

สายการบินกาตาร์ เป็นสายการบินระดับ 5 ดาว ที่รัฐบาลกาตาร์เป็นเจ้าของ เริ่มเปิดให้บริการเชิงพาณิชย์อย่างเต็มรูปแบบในปี 1997 กาตาร์แอร์เวย์เป็นสายการบินที่เป็นที่สุดของโลกในหลายๆ ด้าน ทั้งการเป็นสายการบินที่เติบโตเร็วที่สุด ใช้เครื่องบินใหม่ที่สุด โดยมีอายุเฉลี่ยเพียง 5 ปี รวมไปถึงมีการบริการที่ดีเลิศ

จุดเด่นต่างๆ เหล่านี้ทำให้สายการบินกาตาร์ได้รับการจัดอันดับจากหลากหลายสถาบัน ให้เป็นสายการบินที่ดีที่สุดอันดับต้นๆ ของโลกในรอบหลายปีที่ผ่านมา

แต่เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน ที่ผ่านมา ความตึงเครียดได้เกิดขึ้นในอ่าวเปอร์เซีย หลัง 6 ชาติอาหรับ นำโดยซาอุดิอาระเบีย และประเทศรอบข้างอย่าง อียิปต์ บาห์เรน เยเมน สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์  รวมถึงเขตปกครองด้านตะวันออกของลิเบีย ประกาศตัดความสัมพันธ์ทางการทูตกับกาตาร์ โดยให้เหตุผลว่ากาตาร์ทำลายเสถียรภาพในภูมิภาค ด้วยการสนับสนุน กลุ่มรัฐอิสลาม หรือไอเอส

มาตรการทางการทูตถูกนำมาใช้ พร้อมกับมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจอย่างหนัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งการปิดพรมแดน ทั้งทางบก ทางน้ำ และทางอากาศ

กาตาร์เป็นเพียงประเทศเล็กๆ ในอ่าวเปอร์เซีย ที่มีประชากรเพียง 2.7 ล้านคน แต่ร่ำรวยไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ

โดยกาตาร์ถือเป็นผู้ผลิตก๊าซธรรมชาติรายใหญ่อันดับต้นๆ ของโลก ด้วยความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติ ทำให้กาตาร์เป็นประเทศที่ประชากรมีรายได้ต่อหัวสูงที่สุดในโลกในรอบหลายปีที่ผ่านมา

อีกหนึ่งอุตสาหกรรมที่ทำให้กาตาร์เป็นที่รู้จักไปทั่วโลก คือการเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมการบิน กาตาร์มีสายการบินประจำชาติที่ชื่อว่า สายการบินกาตาร์ หรือ กาตาร์แอร์เวย์ ซึ่งอยู่ในกลุ่ม 3 สายการบินตะวันออกกลาง (ME3) ร่วมกับ สายการบินเอมิเรตส์ และ สายการบินเอทิฮัด ซึ่งเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมการบินเช่นกัน

จากภูมิศาสตร์ที่เป็นจุดศูนย์กลางเชื่อมต่อการเดินทางระหว่างทวีปเอเชีย ยุโรป และอเมริกาเหนือ ประกอบกับการมีบริการที่น่าประทับใจ ในราคาที่จับต้องได้ ทำให้กลุ่มสายการบิน ME3 ได้รับความนิยมจากนักเดินทางทั่วโลก

ดังนั้น มาตรการการปิดน่านฟ้า ซึ่งไม่อนุญาตให้สายการบินของกาตาร์บินผ่านเขตแดนของประเทศซาอุดิอาราเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์  บาห์เรน  และอียิปต์ จึงทำให้เที่ยวบินของสายการบินกาตาร์ได้รับผลกระทบ

โดยสายการบินกาตาร์ต้องระงับเที่ยวบินใน 4 ประเทศที่ปิดน่านฟ้า ซึ่งคิดเป็นจำนวนเที่ยวบินกว่า 50 เที่ยวต่อวัน และอาจกระทบต่อผลกำไรของบริษัทอย่างน้อย 30%

ส่วนเที่ยวบินที่ยังสามารถให้บริการได้ ต้องเปลี่ยนเส้นทางไปบินผ่านประเทศที่ยังเปิดน่านฟ้าให้แทน เช่น อิหร่าน ตุรกี และโอมาน ซึ่งต้องใช้เวลา และเชื้อเพลิงมากขึ้น

ในโลกของการแข่งขัน เมื่อมีผู้เสียประโยชน์ ย่อมมีผู้ได้ประโยชน์ ในระยะสั้น สายการบินเพื่อนบ้านอย่างสายการบินเอมิเรตส์และสายการบินเอทิฮัดจะได้ประโยชน์โดยตรงจากการเปลี่ยนแปลงเที่ยวบินของสายการบินกาตาร์

แต่ในระยะยาว ผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่าความขัดแย้ง และมาตรการปิดน่านฟ้าจะไม่เป็นผลดีต่อทั้งกลุ่ม ME3 เพราะนักเดินทางจะหลีกเลี่ยงการเดินทางมายังภูมิภาคนี้ ส่งผลให้จำนวนและราคาตั๋วของสายการบินในภูมิภาคตกต่ำ และจะเกิดสงครามราคาขึ้น

หากสายการบินกาตาร์เปิดฉากลดราคาตั๋วเครื่องบินเพื่อดึงดูดนักเดินทางที่หายไป ก็จะเป็นแรงกดดันต่อรายได้ของสายการบินทั้งภูมิภาค

กลุ่มที่ได้ประโยชน์จากความขัดแย้งนี้ ดูเหมือนจะเป็นสายการบินของเอเชีย อย่างสิงคโปร์ แอร์ไลน์ ที่เป็นคู่แข่งในเส้นทางการบินหลักของสายการบินกาตาร์

นอกจากนี้ สายการบินคู่แข่งรายอื่นๆ เช่น สายการบินลุฟฮันซ่าของเยอรมนี, มาเลย์เซีย แอร์ไลน์, ฟิลิปปินส์ แอร์ไลน์, สายการบินศรีลังการวมถึงการบินไทย ก็จะได้ประโยชน์จากความขัดแย้งครั้งนี้ด้วย จากผู้โดยสารที่จะย้ายจากสายการบินกลุ่ม ME3 มาสู่สายการบินเหล่านี้

แม้จะไม่มีใครรู้ว่าความขัดแย้งครั้งนี้จะยืดเยื้อแค่ไหน แต่ในมุมของการเก็งกำไร ราคาหุ้นของสายการบินต่างๆ ที่เป็นคู่แข่งของสายการบินกลุ่ม ME3 ปรับตัวขึ้น โดยนักลงทุนไทยเองก็ดูเหมือนจะตื่นเต้น เข้าไปเก็งกำไรหุ้นการบินไทย จนราคาปรับตัวบวกถึง 6% ในช่วงสองวันแรกของข่าวการประกาศตัดความสัมพันธ์ของกาตาร์

หลังจากนั้นไม่กี่วัน สายการบินกาตาร์ก็ถึงกำหนด ที่ต้องประกาศผลประกอบการฉลองครบรอบปีที่ 20 ซึ่งเป็นรอบบัญชีก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์ความขัดแย้งและการตัดความสัมพันธ์ทางการทูตกับประเทศเพื่อนบ้าน

สายการบินกาตาร์รายงานผลประกอบการมีกำไรสูงสุดเป็นประวัติการณ์

โดยเติบโตจากปีก่อนหน้าเกือบ 22% คิดเป็นเงิน 541 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ซึ่งเป็นผลจากการลงทุนและขยายกิจการในช่วงก่อนหน้า

ปัจจุบัน สายการบินกาตาร์มีจุดหมายปลายทางกว่า 150 แห่งทั่วโลก มีเครื่องบินที่ให้บริการกว่า 200 ลำ และกำลังอยู่ระหว่างการจัดหาเครื่องบินมาให้บริการเพิ่มขึ้นเป็นกว่า 300 ลำ สำหรับประเทศไทย สายการบินกาตาร์มีเที่ยวบินมายังกรุงเทพฯ และแม้จะได้รับผลกระทบจากการปิดน่านฟ้าของประเทศในอ่าวเปอร์เซียจนทำให้ต้องเปลี่ยนเส้นทางการบิน แต่สายการบินกาตาร์ก็ยังยืนยันที่จะเพิ่มเส้นทางการบินไปยัง 24 จุดหมายใหม่ในช่วงปีนี้และปีหน้า ซึ่งจะคลอบคลุมมายังจุดหมายใหม่ในประเทศไทย คือ สนามบินเชียงใหม่ และสนามบินอู่ตะเภาด้วย

แม้สายการบินกาตาร์จะออกมายืนยันว่าการปิดน่านฟ้าของประเทศเพื่อนบ้านจะไม่กระทบกับการให้บริการส่วนใหญ่ แต่การเติบโตและรักษาตำแหน่งผู้นำในอุตสาหกรรมการบินโลกในปีนี้ อาจไม่ง่ายเหมือนปีที่ผ่านมาๆ.

บทความโดย จิรัฐิติ ขันติพะโล

 

colorThemecolorThemecolorThemecolorThemecolorTheme

คิดอย่างไรกับเรื่อง :

เมื่อสายการบินกาตาร์ ต้องเอาตัวรอดจากการปิดน่านฟ้าในอ่าวเปอร์เซีย

  • ติดต่อโฆษณา02-833-2000
COPYRIGHT © 2016
THAI BROADCASTING COMPANY LIMITED
ALL RIGHTS RESERVED
ติดตามเรา
colorThemecolorThemecolorThemecolorThemecolorTheme