colorThemecolorThemecolorThemecolorThemecolorTheme

มาตรฐานการท่องเที่ยวไทยทั้งหมดส่อโมฆะ!  เหตุอธิบดีฯ ไร้อำนาจลงนาม?

15 ธ.ค. 2559 (14:31 น.)

-

จำนวนการดู

-

จำนวนการแชร์

  • แชร์เรื่องนี้
ข่าวเวิร์คพอยท์

 

มาตรฐานการท่องเที่ยวไทยทั้งหมดส่อโมฆะ!  เหตุอธิบดีฯ ไร้อำนาจลงนาม?

หลังการก่อตั้งสำนักงานพัฒนาการท่องเที่ยว หรือกรมการท่องเที่ยวในปัจจุบัน สำนักพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวได้ดำเนินการจัดทำและประกาศใช้มาตรฐานที่เกี่ยวเนื่องกับแหล่งท่องเที่ยวขึ้นมาหลายมาตรฐาน โดยสรุปแล้ว  14  มาตรฐาน

นับจากมาตรฐานแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศ  มาตรฐานแหล่งท่องเที่ยวเชิงสุขภาพน้ำพุร้อนธรรมชาติ  มาตรฐานแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ  มาตรฐานแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์  มาตรฐานแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม  มาตรฐานแหล่งท่องเที่ยวเพื่อนันทนาการ  มาตรฐานแหล่งท่องเที่ยวทางศิลปะวิทยาการ 

แต่แล้ววันที่  5  กุมภาพันธ์  2551  ราชกิจจานุเบกษา  ได้ตราพระราชบัญญัตินโยบายการท่องเที่ยวแห่งชาติ  พ.ศ. 2551  ขึ้น  เป้าหมายเพื่อจัดสร้างและพัฒนาปรับปรุงแหล่งท่องเที่ยว การบริหารจัดการแหล่งท่องเที่ยว  การรักษาคุณภาพแหล่งท่องเที่ยว  การจัดกิจกรรมการท่องเที่ยว  การพัฒนาบริการท่องเที่ยว  การพัฒนาบุคลากรการท่องเที่ยว  การสร้างและเผยแพร่องค์ความรู้ทางการท่องเที่ยว  การสร้างสินค้าทางการท่องเที่ยว  การรักษาความปลอดภัยทางการท่องเที่ยว หรือการอื่นใดที่เกี่ยวข้องกับแหล่งท่องเที่ยว  นักท่องเที่ยวหรืออุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อมอันเป็นการสนับสนุนให้เกิดการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน

 

ข่าวเวิร์คพอยท์

 

ภายใต้พระราชบัญญัติฉบับนี้ได้กำหนดให้ นายกรัฐมนตรี เป็นประธานกรรมการ  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา รองประธาน  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม  ปลัดกระทรวงกลาโหม ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ ปลัดกระทรวงแรงงาน ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข  เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ  ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ นายกสมาคมองค์การบริหารส่วนจังหวัดแห่งประเทศไทย นายกสมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทย นายกสมาคมองค์การบริหารส่วนตำบลแห่งปรเทศไทย ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยและผู้ทรงคุณวุฒิ ที่นายกรัฐมนตรีแต่งตั้งได้อีกไม่เกิน 9  คนร่วมเป็นกรรมการ

โดยมอบหมายให้ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ทำหน้าที่เป็นกรรมการและเลขานุการ  ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาการท่องเที่ยว(ปัจจุบันอธิบดีกรมการท่องเที่ยว)  และผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เป็นกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ

 

ข่าวเวิร์คพอยท์

 

ในมาตรา 10  ได้กำหนดกรอบอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการชุดนี้ให้มีหน้าที่ด้วยกันทั้งหมด  9  ข้อ โดยประเด็นสำคัญของเรื่องนี้อยู่ที่ข้อ 6 ที่ระบุว่า

6. กำหนดและจัดให้มีการรับรองมาตรฐานเกี่ยวกับแหล่งท่องเที่ยวและอุตสาหกรรมท่องเที่ยว

โดยกำหนดให้คณะกรรมการชุดนี้ต้องประชุมอย่างน้อยปีละ  4  ครั้ง

ภายใต้กรอบอำนาจหน้าที่ในข้อ  6  ของคณะกรรมการนโยบายการท่องเที่ยวแห่งชาติ ส่งผลให้ทุกมาตรฐานที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยวไทยทั้งหมดจะต้องผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการชุดนี้โดยทันที หาใช่อำนาจของผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาการท่องเที่ยวหรืออธิบดีกรมการท่องเที่ยวในปัจจุบันอีกต่อไป  ซึ่งอธิบดีกรมการท่องเที่ยวและปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาทุกคนทราบเป็นอย่างดีในฐานะเป็นกรรมการและเลขานุการและผู้ช่วยเลขานุการ

ย่อมปฏิเสธการไม่รู้เห็นแต่อย่างใดไม่ได้

ส่งผลให้นายชุมพล  ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ลงนามในกฏกระทรวง แบ่งส่วนราชการกรมการท่องเที่ยว  กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พ.ศ. 2553  เมื่อวันที่  1  กันยายน  2553  ตราไว้ในราชกิจจานุเบกษา หน้า 13 วันที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2553 เล่ม 127 ตอนที่ 55 ก

กำหนดแบ่งส่วนราชการกรมการท่องเที่ยว ออกเป็น กองกลาง  สำนักทะเบียนธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์  สำนักพัฒนาบริการท่องเที่ยว  สำนักพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว

โดยมอบหมายให้ สำนักพัฒนาบริการท่องเที่ยว (ปัจจุบันคือ กองพัฒนาบริการท่องเที่ยว ) มีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้

2.จัดทำมาตรฐานและกระบวนการตรวจประเมินและรับรองมาตรฐานบริการท่องเที่ยวเสนอต่อคณะกรรมการนโยบายการท่องเที่ยวแห่งชาติ รวมทั้งจัดทำฐานข้อมูลและเก็บรวบรวมสถิติเกี่ยวกับการบริการท่องเที่ยว

ย่อมหมายความว่า  ตามกฎกระทรวงการแบ่งส่วนราชการกรมการท่องเที่ยว  ปี  2553  กำหนดให้สำนักพัฒนาบริการท่องเที่ยว หรือปัจจุบัน กองพัฒนาบริการท่องเที่ยว เป็นผู้ดำเนินการจัดทำมาตรฐานการท่องเที่ยวไทยแต่เพียงผู้เดียวเท่านั้น  ภายในกรมการท่องเที่ยว

และในการจัดทำมาตรฐาน  กระบวนการตรวจประเมิน  กระบวนการรับรองมาตรฐานทั้งหมด จะต้องเสนอต่อคณะกรรมการนโยบายการท่องเที่ยวแห่งชาติเท่านั้น

ย่อมหมายถีง กรอบหน้าที่ในการประกาศบังคับใช้มาตรฐานการท่องเที่ยวไทย จะต้องเป็นอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการนโยบายการท่องเที่ยวแห่งชาติ  หาใช่การลงนามประกาศของอธิบดีกรมการท่องเที่ยวอีกต่อไป

กลายเป็นประเด็นที่ถกเถียงกันไม่รู้จบ และน่าแปลกใจที่กลุ่มนิติการ กรมการท่องเที่ยวที่ต่อมายกระดับขึ้นมาเป็นกองนิติการ หาได้มีการทักท้วง ตรวจสอบ และแนะนำต่ออธิบดีกรมการท่องเที่ยวเพื่อให้นำเสนอต่อคณะกรรมการนโยบายการท่องเที่ยวแห่งชาติที่มีอธิบดีกรมการท่องเที่ยวเป็นกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการแต่อย่างใดไม่

ยิ่งไปกว่านั้น  บุคคลที่ต้องทำหน้าที่กลั่นกรองก่อนจะเสนอผู้อำนวยการสำนัก  และอธิบดีอย่าง กลุ่มบริหารทั่วไป หรือเลขานุการของผู้อำนวยการสำนัก  หรือเลขานุการของรองอธิบดีหรืออธิบดี หาได้ตรวจสอบในข้อกฏหมายแต่อย่างใดไม่  นอกจากตรวจสอบวรรคหน้าวรรคหลัง  คำถูกคำผิด กั้นหน้ากั้นหลัง และการเคาะระหว่างคำเท่านั้น

หากพลิกย้อนกลับไปดูการประกาศใช้มาตรฐานการท่องเที่ยวไทยของกรมการท่องเที่ยวนับแต่ครั้งเป็นสำนักงานพัฒนาการท่องเที่ยวจนกระทั่งปัจจุบันที่เป็นกรมการท่องเที่ยวพบว่า

ไม่เคยมีมาตรฐานการท่องเที่ยวไทยใด ที่ส่งให้คณะกรรมการนโยบายการท่องเที่ยวแห่งชาติพิจารณาและดำเนินการประกาศใช้แม้แต่มาตรฐานเดียว ตรงกันข้ามอธิบดีกรมการท่องเที่ยวกลับเป็นผู้ลงนามในการประกาศใช้  โดยที่ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาบริการท่องเที่ยวไล่เรื่อยมาจนถึงผู้อำนวยการกองพัฒนาบริการท่องเที่ยวในปัจจุบัน และหัวหน้ากลุ่มนิติการจนกระทั่งยกระดับขึ้นมาเป็นผู้อำนวยการกองนิติการไม่มีใครทักท้วงและดำเนินการแต่อย่างใด   รวมทั้งไม่เคยพลิกตรวจสอบดูกรอบอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการหรืออย่างไร?

ในวันที่กรมการท่องเที่ยวจัดทำมาตรฐานการท่องเที่ยวไทยทั้งสิ้น  58  มาตรฐาน

แต่นับจากวันที่  5  กุมภาพันธ์  2551  ที่มีคณะกรรมการนโยบายการท่องเที่ยวแห่งชาติ  กรมการท่องเที่ยวได้ผลิตมาตรฐานการท่องเที่ยวไทย นับจาก มาตรฐานแหล่งท่องเที่ยวประเภทน้ำตก,มาตรฐานแหล่งท่องเที่ยวประเภทชายหาด,มาตรฐานแหล่งท่องเที่ยวประเภทเกาะ,มาตรฐานแหล่งท่องเที่ยวประเภทแก่ง,มาตรฐานแหล่งท่องเที่ยวประเภทถ้ำ,มาตรฐานแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร,มาตรฐานแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติประเภทธรณีสัณฐาน,มาตรฐานที่พักสัมผัสวัฒนธรรมชนบท,มาตรฐานที่พักเพื่อการท่องเที่ยวประเภทโรงแรม,มาตรฐานที่พักเพื่อการท่องเที่ยวประเภทสถานที่พักตากอากาศ,มาตรฐานที่พักเพื่อการท่องเที่ยวประเภทบริการห้องชุด,มาตรฐานที่พักเพื่อการท่องเที่ยวประเภทเกสต์เฮ้าส์,มาตรฐานที่พักแบบพำนักระยะยาว,มาตรฐานบริการอาหารเพื่อการท่องเที่ยว,มาตรฐานห้องน้ำสาธารณะเพื่อการท่องเที่ยวระดับสากล,มาตรฐานเรือรับจ้างนำเที่ยว,มาตรฐานเรือภัตตาคาร,มาตรฐานบริการอาหารฮาลาลเพื่อการท่องเที่ยว,มาตรฐานการให้บริการในสถานที่จำหน่ายของที่ระลึก(สินค้าทั่วไป), มาตรฐานการให้บริการในสถานที่จำหน่ายสินค้าที่ระลึกประเภทสินค้าอัญมณี,มาตรฐานศูนย์บริการข้อมูลสำหรับนักท่องเที่ยว,มาตรฐานแพบริการเพื่อการท่องเที่ยว,มาตรฐานการบริการรถตู้ปรับอากาศสำหรับนักท่องเที่ยว,มาตรฐานการกนักท่องเที่ยวที่เป็นคนพิการ ผู้สูงอายุ ,มาตรฐานการให้บริการและความปลอดภัยในศูนย์การค้าเพื่อการท่องเที่ยว,มาตรฐานการจัดบริการในสถานประกอบการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ,มาตรฐานอาชีพด้านการท่องเที่ยวของผู้ประกอบอาหาร,มาตรฐานการบริการรถโดยสารเพื่อการท่องเที่ยว,มาตรฐานร้านอาหารฮาลาลขนาดเล็กเพื่อการท่องเที่ยว,มาตรฐานกิจกรรมจักรยานเพื่อการท่องเที่ยว,มาตรฐานกิจกรรมล่องแก่ง,มาตรฐานกิจกรรมเดินป่า,มาตรฐานกิจกรรมปีนหน้าผา,มาตรฐานกิจกรรมดูนก,มาตรฐานกิจกรรมดูผีเสื้อ,มาตรฐานกิจกรรมดูพรรณไม้ป่า,มาตรฐานกิจกรรมดำน้ำ,มาตรฐานการจัดกิจกรรมค่ายพักแรม,มาตรฐานแคนู-คายัค,มาตรฐานการจัดกิจกรรมปางช้างเพื่อการท่องเที่ยว,มาตรฐาน Eco Lodge,มาตรฐานการจัดกิจกรรมเจ็ทสกีเพื่อการท่องเที่ยว,มาตรฐานกิจกรรม Adventure Park,มาตรฐานธุรกิจนำเที่ยว,มาตรฐานมัคคุเทศก์

นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมที่รอประกาศใช้อีก นับแต่มาตรฐานผู้ชำนาญการด้านกิจกรรมปีนหน้าผาเพื่อการท่องเที่ยว,มาตรฐานกิจกรรมท่องเที่ยวผจญภัยโหนสลิง,มาตรฐานการบริการร้านอาหารริมทางเพื่อการท่องเที่ยว,มาตรฐานการท่องเที่ยวโดยชุมชน,มาตรฐานเมืองท่องเที่ยวสะอาดและการปรับปรุงมาตรฐานที่พักแบบพำนักระยะยาว

เมื่อมาตรฐานการท่องเที่ยวไทยเหล่านี้ไม่ผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการนโยบายการท่องเที่ยวแห่งชาติ แต่ลงนามประกาศใช้โดยอธิบดีกรมการท่องเที่ยว

จึงกลายเป็นประเด็นที่จะต้องพิจารณาว่า

อธิบดีกรมการท่องเที่ยวมีอำนาจลงนามในการประกาศใช้มาตรฐานการท่องเที่ยวไทยไหม?

หากพิจารณาตามข้อกำหนดกรอบอำนาจหน้าที่แล้วพบว่าไม่มีอำนาจ

ย่อมเท่ากับว่า มาตรฐานที่ลงนามไปทั้งหมดเป็นโมฆะ?

กลายเป็นประเด็นที่จะต้องขบคิดว่า

การออกตรวจประเมิน รับรอง และประกาศผล มอบโล่  มอบประกาศนียบัตร มอบป้ายให้กับผู้ประกอบการจากปี  2553 จนถึงปัจจุบัน ชอบด้วยข้อกฎหมายและอำนาจไหม ในเมื่อมาตรฐานการท่องเที่ยวไทยทั้งหมดไม่เคยผ่านการพิจารณาจากคณะกรรมการนโยบายการท่องเที่ยวแห่งชาติแม้แต่มาตรฐานเดียว

หากการออกไปตรวจประเมิน รับรองมาตรฐานของผู้ประกอบการและมอบโล่  ประกาศนียบัตรและป้ายตราสัญลักษณ์อย่างที่กรมการท่องเที่ยวกระทำทุกปี  เป็นโมฆะ

ใครจะต้องรับผิดชอบในเรื่องนี้…!!

 

ทีมข่าวเวิร์คพอยท์ : วันที่ 15 ธันวาคม 2559

colorThemecolorThemecolorThemecolorThemecolorTheme

อัลบัมภาพ

colorThemecolorThemecolorThemecolorThemecolorTheme

คิดอย่างไรกับเรื่อง :

มาตรฐานการท่องเที่ยวไทยทั้งหมดส่อโมฆะ!  เหตุอธิบดีฯ ไร้อำนาจลงนาม?

  • ติดต่อโฆษณา02-833-2000
COPYRIGHT © 2016
THAI BROADCASTING COMPANY LIMITED
ALL RIGHTS RESERVED
ติดตามเรา
colorThemecolorThemecolorThemecolorThemecolorTheme